เทคนิคปลูกกล้วยน้ำว้า ให้ใหญ่ยักษ์

กล้วยน้ำว้า ปลูกไว้ดูสวยงาม และ อิ่มได้สะบายท้อง

กล้วยน้ำว้า เป็นกล้วยที่มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศไทยสามารถทนทานสภาพดินฟ้าอากาศได้ดีกว่ากล้วยพันธุ์อื่น ๆ การดูแลรักษาง่าย การใช้ประโยชน์จากผล ต้น ใบ ดอก มากกว่ากล้วยชนิดอื่น ๆ ลำต้นสูงปานกลาง เมื่อสุก มีรสชาดหวาน เนื้อแน่น สีเหลืองอ่อน

วิธีการปลูก

จริงๆๆแล้ว ก็คงไม่ต้องมีวิธีการอะไรมากมาย แบบเป็นทางการกันนะครับ แค่เรามีที่ 1 X 1 ตารางเมตร ก็เพียงพอ ที่จะสามารถปลูกกล้วย ไว้เป็นไม้ประดับ สวยๆๆ ไว้โชว์ ให้หน้าบานได้แล้วครับ หลายท่านอ่านคงงง ว่าแค่ปลูกกล้วยทำไมถึงขั้นหน้าบานเชียวหรือ ทีแรกผมก็คิดอย่างทุกๆๆคน แต่ที่ทำให้หน้าาบานจริงๆๆเพราะ เพื่อนบ้านเรา ลูกค้า และคนที่ผ่านไปผ่านมา ก็ต้องหันมาร้องอูฮู้ และถามกันว่าทำไม่ใหญ่จัง พันธุ์อะไร เอามาจากไหน ขอหน่อ หรือขอซื้อหน่อได้ไหม

หลุมปลูก

หลังจากเราเล็งที่ปลูก ได้ที่ประมาณ 1 X 1 ตารางเมตร เรียบร้อยแล้ว ก็ขุดหลุม ประมาณ 50 X 50 X 50 เซ็นติเมตร ( กว้าง X ยาว X สูง ) ถ้ามีปุ๋ยคอก ก็ใส่ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมสัก 1 – 2 ถ้วยแกง เอาแบบง่ายๆๆเลยครับ หรือไม่มีปุ๋ยคอก ก็หาซื้อปุ๋ยชีวภาพมาใส่แทน 1-2 ถ้วย ก็ได้ครับ เท่านี้หลุมก็พร้อมแล้ว

พันธุ์

พันธุ์กล้วยผมเองก็เคยได้ยินมามากมายหลายพันธุ์ เช่น มะลิอ่อง น้ำว้าขาว และอีกมากมาย แต่สวนตัวผม ไม่ได้คิดว่าไม่สำคัญ แต่คิดว่าพันธุ์กล้วยน้ำว้าบ้านๆที่เรามีกันอยู่ ทั้วทุกภาค ทุกบ้านก็ถือว่าดีพออยู่แล้ว แต่สำคัญที่เราจะดูแล ให้เขาเป็นกล้วยประดับรับ หน้าแขกของเราได้นั้น ถือเป็นการดูแลเอาใจใส่ มาที่ 1 ครับ แต่ถ้าไครอยู่ในเมือง ไม่สามารถหาเอาตาม บริเวณบ้านได้ ก็ให้หาซื้อ หรือขอซื้อมาสัก 1 หน่อก็พอที่จะมาทำไม้ประดับ แบบหน้าบานอิ้มท้องกัน

การดูแลบำรุงรักษา

เท่านี้ก็ปลูกเรียบร้อยครับ ที่นี้ก็อยู่ที่การดูแลแล้วครับ แต่สวนผมคิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่จะมีความสุขที่สุด เพราะเราจะได้คอยดูมันแตกใบ แตกหน่อ แล้วก็โตวันโตคืน พอเริ่มปลูกอาทิตเดียวใบก็จะเริ่มแตก แล้วก็เริ่มโตแต่ก็เป้นช่วงที่สำคัญครับดังนั้นผมจะจัดเป็นลำดับการดูแลรักษาดังนี้
1.การรดน้ำ  ให้รดน้ำทุก 2 – 3 วัน แต่ถ้าฝนตกเราก็งดการรดน้ำ นอกจากนี้กล้วยก็ยังเป็นพืชที่ เจริญเติบโต ในเขตภูมิประเทศบ้านเราได้ดีอยู่แล้ว หากขาดการดูแลรักษา หรือ จะไปธุระสักอาทิตสองอาทิต ก็ยังอยู่ได้สะบายๆ โดยเราไม่ต้องเป็นห่วง
2.การใส่ปุ๋ย  จริงๆๆ แล้ว ปุ๋ยอะไรก็ได้นะครับ แล้วแต่เท่าที่เราจะสะดวก หาซื้อง่ายใกล้มือ ก็เอาเป็นว่าถ้าเราใส่ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ ก็ให้ใช้อัตราการใส่ปุ๋ย 1 กิโลกรัม ต้น/ปี แบ่งใส่ 3 เดือนครั้ง ครั้งละ 250 กรัม แต่ถ้าจะ ใส่มากกว่านั้นก็ไม่ว่ากัน เอาขั้นต่ำไปแล้วกันนะครับ
2.1 ใส่ปุ๋ยหลังปลูก 1 สัปดาห์ ปุ๋ยหมัก ชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 15-15-15
2.2 ใส่ปุ๋ยหลังครั้งที่ 1 ประมาณ 3 เดือน ปุ๋ยหมัก ชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 15-15-15
2.3 ใส่ปุ๋ยหลังครั้งที่ 2 ประมาณ 3 เดือน ปุ๋ยหมัก ชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 15-15-15
2.4 ใส่ปุ๋ยหลังครั้งที่ 3 ประมาณ 3 เดือน ปุ๋ยหมัก ชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 13-13-21
2.5 ปุ๋ยพืชสด เมื่อกล้วยออกเครือจนเราสามมารถตัดได้ เราก็นำต้นเก่า มาสับให้เป็นชินเล็กๆ แล้วมาใส่ก็จะมีขอดีตรงที่เราจะได้ ช้วยป้องกันความชื่น และในระยะยาวยังเป็นปุ๋ยให้กับต้นใหม่อีกด้วย
3.การตัดแต่งหน่อ และ ใบแก่ 

การไว้หน่อ และ การตัดแต่งหน่อก็มีความสำคัญในการปลูกกล้วยมากครับเพราะจะให้ต้นโต หรือ ต้นสมบูรณ์ดี พร้อมส่งผลไปถึง ลูก หรือ เครือกล้วยด้วย  หากเราไม่ตัดแต่งหน่อกล้วยออกทิ้ง ก็จะกลายเป็นกล้วยแคระแกรนไปเลยก็ได้

3.1 การตัดแต่งหน่อ   ให้ตัดแต่หน่อกล้วยที่ขึ้นมาในทุกๆช่วง อยู่ตลอด หากยังไม่ถึงช่วงการไว้หน่อ
3.2 การตัดแต่งใบกล้วยที่ เหลืองเกิน 50 % ทิ้งไป พร้อมทั้งตัดใบที่งอหักลงไปด้วย เท่านี้ก็จะทำให้ ต้นกล้วยของเราดูไม่รกรุงรัง และ ดูสวยงามอีกด้วย


3.2 การไว้หน่อกล้วย  เราจะไว้หน่อแรก เมื่อกล้วยของเราอายุ 4 เดือนไปแล้ว และ หน่อต่อๆๆไปทุก 4 เดือน   แต่ในช่วงการออก ปลีกล้วยเราจะงด การไว้หน่อ เพื่อให้ผลกล้วย และ เครือสมบูรณ์ดี

การตัดปลีกล้วย
เมื่อปลีกล้วยแทงเครือออก มาจนเราเห็นวาเครือกล้วยที่สมบุรณ์ หมดแล้ว ให้เราตัดปลี จากหวีสุดท้ายนับไปอีก 1 -2 หวีแล้วก็ตัด เราจะได้ไว้ใช้จับ ตอนเราตัดเครือกล้วย และ ใช้ปูนแดงหรือยากันราทา เพื่อป้องกัน การเน่า

โรค และ แมลง
โดยรวมแล้ว โรค ในกล้วยก็จะมีน้อยมาก ที่โรคหลัก ในที่ปลูกกล้วยมาก ก็จะเจอ โรคไฟทอปโทร่า หรือ ที่เรียกเชื้อไฟทอปโทร่า  อาจทำให้ราก เน่า โคนเน่า ใบเหลืองแห้ง หรือที่เรียกว่าตายพราย และ ก็มีหนอนม้วนใบ แต่ในที่นี้ผมจะไม่กล้าวถึง เพราะเราปลูกไม่มาก แค่ปลูกสวยงาม และ หลักๆๆแล้วถ้าเราดูแลจนสมบูรณ์โรค ก็เข้าทำลายได้ยากมาก ( การกำจัดโรคเชื้อไฟทอปโทร่า ผมจะนำมาลงในบล๊อคต่อไปนะครับ เพราะผมคิดว่าผมมีของดีที่ เป็นเพชฆาต ซึ่งเป็นคู่ปรับ กันแบบเอาอยู่ทีเดียว ไว้ติดตามกันนะครับ )

ชื่นชมกับความสำเร็จ>

เพียงเท่านี้เราก็จะได้กล้วยน้ำว้า แบบสวยงาม และ ไว้โชว์หน้าบ้าน หน้าร้าน หรือคนที่เรารู้จัก นอกจากนี้ก็ยัง ใช้เป็นของฝาก ที่มีความตั้งใจจริง เพราะต้องดูแล กว่าจะได้มาซึ่งของฝาก พร้อมทั้งหน้าบานเหมือนที่ผมได้กล่าวข้างต้น พร้อมทั้งยังได้เพื่อนข้างๆบ้านเราไว้ดูแลบ้านเราด้วย ดังนั้นผมจึงเอาภาพ และ สถิติ กล้วยน้ำว้าของผมที่ปลูกหน้าร้านมาฝากกันครับ

ตลาด

พอเห็นผลก็นึกขึ้นมาได้ถึงเรื่องตลาด ปัจจุบัญตลาดมีความต้องการคอนข้างสูง เพราะเนื้องจากปี พ.ศ.2554 ทุกคนก็ทราบดีว่าเกิดน้ำท่วมใหญ่ เลยทำให้แหล่งปลูกกล้วยภาคกลาง เกิดน้ำท่วมและกล้วยตายเกิบหมด รวมทั้งความต้องการทางการตลาดของกล้วยน้ำว้า ในการนำไปทำขนม เลี้ยงนก และ สัตว์ต่างๆอีกหลายชนิด ทำให้ราคาคอนข้างสูง

  • ราคาขายส่งหวีละ 17 – 20 บาท
  • ราคาขายปลีก 25 – 30 บาท

แต่ท่านที่ปลูกสนุกๆๆ เอาสวยงาม ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องตลาดอยู่แล้วครับ  ส่วนของผมงวดนี้ เครือนี้ ให้ผลมา 13 หวี แจกเพื่อนบ้าน กับ ทานเอง 5 หวี มีคนมาเหมาหมด 7 หวี คูณ 20 บาท ยังได้ค่าปุ๋ย กับ ค้าน้ำคืนมา 140 สะบายๆเลยครับ

ขอขอบคุณข้อมูล โดย คุณ

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*