งาน “The 8th Asia Education Leaders Forum”

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดงาน “The 8th Asia Education Leaders Forum” จัดโดย Worlddidac Asia ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุน เมื่อวันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดย Prof. multi. Dr. Wassilios E. Fthenakis, Chairman of the Forum & President of Didacta Association, Germany, Dr. Chula Gangoda Chairman of the Organizing Committee & President, Worlddidac Association, Switzerland, ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะ Chairman of TVET CONNEX 2017 Organizing Committee, Thailand กล่าวต้อนรับ และมีผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชนจำนวนมาก เข้าร่วมงาน

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการ มีแนวทางการปฏิรูปการศึกษาในหลายด้าน โดยการปฏิรูปการศึกษาต้องให้ความสำคัญและคำนึงถึงความเท่าเทียมและคุณภาพการศึกษาซึ่งจะเชื่อมโยงกับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา และหากเราพิจารณาการจัดการศึกษาของฟินแลนด์และสิงคโปร์ที่มีระบบการจัดการศึกษาที่ดีในระดับโลก จะพบว่าสิ่งแรกที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา คือ การขจัดความไม่เท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

สำหรับในประเทศไทยในยุคปัจจุบัน พ่อแม่และผู้ปกครองนิยมส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่ในเมือง ดังนั้นเราต้องถามตนเองว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงไม่ส่งลูกหลานเข้าเรียนในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ แต่กลับส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนในเมือง เพราะสิ่งเหล่านี้กำลังแสดงให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นในระบบการศึกษาไทย

โดยการวิเคราะห์ผลการสอบ Programme for International Student Assessment หรือ PISA ของประเทศไทยตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 พบว่าสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเมืองกับสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในชนบทยังมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่ และในประเทศไทยเองมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเกือบ 7 ปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเด็กในประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างมาก และช่องว่างของความเหลื่อมล้ำนี้ไม่เคยแคบลง แปลว่าการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมายังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

ในส่วนของโรงเรียนฐานวิทยาศาสตร์ เช่น โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ผลการวิเคราะห์พบว่ามีคะแนนเฉลี่ย PISA ในระดับท็อปของโลก นั่นแปลว่าเรารู้วิธีสอนวิทยาศาสตร์ และ STEM Education ที่ได้ผลดีแล้ว ดังนั้น สิ่งสำคัญที่เราต้องทำคือการยกระดับคุณภาพนักเรียนที่อยู่ในระดับล่างให้พัฒนาขึ้นมา เพื่อลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำดังกล่าว อีกทั้งผลการวิเคราะห์ยังพบว่าความยากจนไม่ใช่ชะตากรรม เพราะเด็กนักเรียนที่ครอบครัวมีฐานะยากจนจากมาเก๊า ฮ่องกง เวียดนาม และเอสโตเนีย สามารถทำคะแนน PISA ติดระดับท็อปของโลก นั่นคือความจนไม่ใช่อุปสรรคในการศึกษาหากมีระบบการศึกษาที่ดี ตลอดจนปัจจัยภายนอก เช่น สื่อและอุปกรณ์การสอนที่ดี ไม่ใช่สิ่งที่ยืนยันผลการศึกษาหรือความสำเร็จทางการศึกษาได้

นอกจากนี้ การปฏิรูปต้องคำนึงถึงความสอดคล้องเชื่อมโยงกัน โดยจะต้องเริ่มที่การปฏิรูปหลักสูตรไปพร้อม ๆ กับการปฏิรูปตำราเรียน รวมทั้งต้องมีการปฏิรูปลักษณะการเรียนการสอนด้วย เช่น การสอนให้เด็กมีทักษะการคิดวิเคราะห์ สามารถย่อความและสรุปความได้ เป็นต้น ซึ่งหลังจากปฏิรูปการเรียนการสอนแล้วต้องมีระบบการวัดผลประเมินผลที่ดี เพื่อประเมินผลว่าการปฏิรูปการเรียนการสอนนั้นเปลี่ยนไปในแนวทางที่ดีขึ้นหรือไม่ โดยขอให้คิดให้ครบทั้งระบบและเน้นความเชื่อมโยงกัน และขอฝากข้อคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งมีคนจำนวนมากพยายามเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จต้องดำเนินการอย่างไร แต่การมีข้อเสนอแนะหรือทิศทางมากเกินไป อาจจะทำให้ไม่มีทิศทางที่ชัดเจนในการปฏิรูป อีกทั้งการศึกษาในยุคนี้ไม่ใช่การศึกษาเพียงแค่เพื่อการมีงานทำ แต่ต้องเป็นการศึกษาเพื่อชีวิต (Education for Life) โดยขอให้เน้นการลงทุนกับเด็กก่อนวัยเรียน เพราะการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ที่จะได้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุดคือการลงทุนกับเด็กก่อนวัยเรียน

สำหรับการอบรมและพัฒนาครูนั้น ที่ผ่านมาพบว่ามีแต่ระบบการอบรมแบบเดิม หัวข้อเดิม สถานที่เดิม วิทยากรคนเดิม และผู้เข้าอบรมก็ครูกลุ่มเดิม กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ปรับระบบการอบรมและพัฒนาครูใหม่ โดยเชิญหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมาจัดหลักสูตรอบรมและพัฒนาครู ซึ่งหลักสูตรการอบรมต้องผ่านการพิจารณาของสถาบันคุรุพัฒนาก่อน โดยครูจะได้รับคูปองคนละ 10,000 บาท ต่อปี เพื่อใช้ในการอบรมตามหลักสูตรต่าง ๆ และการอบรมนี้สามารถนำชั่วโมงการอบรมไปนับเป็นผลงานเพื่อเชื่อมโยงกับระบบวิทยฐานะได้ด้วย แต่หากหลักสูตรใดไม่ประสบผลสำเร็จหรือไม่ได้รับการตอบรับที่ดีก็จะถูกคัดออกไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความร่วมมือด้านการศึกษากับหน่วยงานต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในความร่วมมือนั้นทำให้เกิดงาน Asia Education Leaders Forum ในครั้งนี้ ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้นมาจนประสบผลสำเร็จในที่สุด

ที่มา http://www.moe.go.th

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*