ข้อควรรู้เกี่ยวกับ “ส.ป.ก.” ใครมีข้อสงสัย ไม่เข้าใจ เข้ามาอ่านด่วนก่อนจะเข้าใจผิด ติดคุกไม่รู้ตัว!!!


มีเพื่อนๆ เกษตรกรหลายคนยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับ ส.ป.ก. หรือเข้าใจผิดไปจากเดิมมาก ทำให้เกิดปัญหาการครอบครองในภายหลัง นอกจากโดนยึดที่ดิน ส.ป.ก. คืน แล้วยังโดนดำเนินคดีซ้ำเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงรวบรวมข้อมูลของ ส.ป.ก. มาให้เพื่อนๆ ชาวเกษตรกรทั้งหลายได้อ่าน และได้ทำความเข้าใจให้ดีครับ

“ส.ป.ก. ย่อมาจาก สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม”

ที่ดิน ส.ป.ก. คือ ที่ดินบริเวณที่ได้ประกาศให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งจะอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยไม่สามารถนำมาออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ หรือจะเรียกกันง่ายๆ ก็คือ ที่ดิน ส.ป.ก. เป็นที่ดินที่ทางภาครัฐยกให้แก่เกษตรกรเพื่อสำหรับใช้เป็นที่ดินในการทำมาหากินด้านการเกษตร

“ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 นี้ ห้ามผู้ครอบครองขาย หรือเปลี่ยนมือให้แก่ผู้อื่น ยกเว้นการเป็นมรดกตกทอดให้แก่ทายาทต่อไป ประกอบด้วย (๑) คู่สมรส (๒) บุตร (๓) พ่อหรือแม่ (๓) พี่หรือน้อง และ (๔) หลาน (ลูกชองลูก หรือลูกของพี่ หรือลูกของน้อง) เท่านั้น”

กฎระเบียบในการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. 4-01

– ผู้ที่สามารถครอบครองที่ดินเหล่านี้ได้จะต้องเป็นเกษตรกร หรืออาจมีประสบการณ์ทางด้านการเกษตรมาก่อน
– ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 นี้ ห้ามผู้ครอบครองขาย หรือเปลี่ยนมือให้แก่ผู้อื่น ยกเว้นการเป็นมรดกตกทอดให้แก่ทายาทต่อไป ประกอบด้วย (๑) คู่สมรส (๒) บุตร (๓) พ่อหรือแม่ (๓) พี่หรือน้อง และ (๔) หลาน (ลูกชองลูก หรือลูกของพี่ หรือลูกของน้อง) เท่านั้น
– ที่ดินนี้จะต้องใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตร ห้ามนำมาใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นเด็ดขาด
– หากเมื่อไหร่ที่ที่ดินนี้ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว ทางผู้ครอบครองต้องคืนให้แก่รัฐบาล
– หากเป็นที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวน หรือเขตอุทยาน หรือบนที่เนินที่ลาด 35 ดีกรี หรือมากกว่านี้ บุคคลไม่สามารถครอบครองได้
– บุคคลผู้ครอบครองที่ดินนี้ได้จะครอบครองได้ไม่เกิน 25 ไร่ ส่วนครอบครัวมีสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินไม่เกิน 50 ไร่

ผู้มีสิทธิได้รับการจัดที่ดิน

ผู้ที่มีสิทธิได้รับการจัดที่ดิน จะต้องเป็นเกษตรกรตามความหมายที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๓๒ ดังนี้

๑. ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก

ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก (ความหมายตามระเบียบว่าด้วยการคัดเลือกเกษตรกรฯ พ.ศ. ๒๕๓๕) หมายถึง

(๑) เป็นเกษตรกรอยู่แล้วตามความเป็นจริง พิจารณาจากการใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพเกษตรกรรมมิใช่อาชีพอื่น การไปมีอาชีพเสริม ก็เป็นไปเพื่อให้เพียงพอแก่การครองชีพอย่างแท้จริง มิใช่ทำการเกษตรเพียงเพื่อแสดงว่าทำการเกษตร แต่แท้จริงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาอาชีพทางการเกษตร
(๒) เป็นเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือมีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด มีอำนาจจัดที่ดินให้ได้ แต่รวมกันต้องไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด

๒. ผู้ประสงค์จะเป็นเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง ๓ ประเภท คือ

(๑) ผู้ยากจน ซึ่งหมายถึงผู้มีรายได้ไม่สูงกว่าอัตรารายได้ที่ คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด รายได้ตาม (๑) ให้หมายความรวมถึงสิทธิ หรือประโยชน์อื่นที่สามารถคำนวณเป็นตัวเงินได้ด้วย
ผู้ยากจน (ความหมายตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเป็นเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๓๕ และมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ กำหนดปรับปรุงเกี่ยวกับอัตรารายได้ของผู้ยากจนเป็น “ผู้มีรายได้ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท/คน/ปี”
(๒) ผู้จบการศึกษาทางเกษตรกรรม ซึ่งหมายถึงผู้ที่จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่าในประเภทวิชาเกษตรกรรม
(๓) บุตรของเกษตรกร ซึ่งหมายถึงบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก
ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวต้องไม่มีอาชีพอันมีรายได้ประจำเพียงพอแก่การยังชีพ อยู่แล้ว ไม่มีที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นของตนเอง และประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก

ระเบียบหลักที่สำคัญในการจัดที่ดินของ ส.ป.ก. คือ ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกร ซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๘

เกษตรกรผู้ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มีสิทธิยื่นคำร้องขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตามข้อ ๕. แห่งระเบียบฯ ได้แก่
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) บรรลุนิติภาวะ หรือเป็นหัวหน้าครอบครัว
(๓) มีความประพฤติดีและซื่อสัตย์สุจริต
(๔) มีร่างกายสมบูรณ์ ขยันขันแข็ง และสามารถประกอบการเกษตรได้
(๕) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๖) ไม่มีที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเอง หรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันหรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อย แต่ไม่เพียงพอแก่การประกอบเกษตรกรรมเพื่อเลี้ยงชีพ
(๗) เป็นผู้ยินยอมปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำหนด

ดังนั้น หากท่านมีคุณสมบัติตามที่กล่าวมา สามารถไปยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ไร้ที่ดินทำกินได้ ณ ส.ป.ก.จังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยให้นำบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านไปประกอบการยื่นคำร้องด้วย เพื่อขอรับการจัดที่ดินจาก ส.ป.ก.

ที่ดิน ส.ป.ก. สำคัญอย่างไร?

สำหรับที่ดิน ส.ป.ก. นั้นได้ออกมาตามประกาศเป็น ส.ป.ก. 4-01 โดยเริ่มมีขึ้นตั้งแต่ในปี 2518 เป็นพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่ให้ประชาชนสามารถเข้าไปทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินด้านเกษตรกรรมได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาทำประโยชน์อย่างอื่นได้ ทั้งนี้ ผู้ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 นี้ จะต้องเป็นผู้ที่มีฐานะการเงินยากจนเท่านั้น นอกจากนี้ เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ยังไม่อนุญาตให้มีการทำการซื้อ-ขายที่ดินโดยหากมีการซื้อ-ขายในช่วงเวลาที่เอกสารสิทธินี้ยังมีผลอยู่ก็จะถือว่าเป็นโมฆะ ไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม สามารถทำการแบ่งแยก หรือโอน หรือเป็นมรดกตกทอดไปยังบุคคลอื่นในครอบครัวได้ ไม่ว่าจะเป็น บิดา มารดา สามี ภรรยา หรือบุตร เป็นต้น มีสิทธิเช่าหรือเช่าซื้อเพื่อการเกษตรกรรมเท่านั้น โดยไม่อนุญาตให้เช่าเพื่อจุดประสงค์อื่นใด และจะจดทะเบียนจำนองไม่ได้ ยกเว้นแต่ว่าจะเป็นโครงการจากทางรัฐบาลที่อนุญาตให้ใช้เอกสารสิทธิเป็นประกัน ซึ่งสิทธิของที่ดินนั้นก็ยังเป็นของทางภาครัฐอยู่ ซึ่งหากเราไม่ต้องการก็สามารถคืนที่ดินให้แก่ภาครัฐได้ และในขณะเดียวกันหากรัฐได้ตรวจสอบแล้วพบว่าเราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินในการทำกิน ทางภาครัฐก็สามารถเรียกคืนที่ดินจากเราได้เช่นเดียวกัน
ที่ดิน ส.ป.ก. คือที่ดินที่รัฐให้ประชาชนครอบครอง เพื่อปฏิรูปที่ดินเป็นพื้นที่ทำกิน บุคคลมีสิทธิครอบครองที่ดินไม่เกิน 25ไร่ และครอบครัวละไม่เกิน 50ไร่

ส.ป.ก.จะออกหนังสือรับรองและโฉนดที่ดินตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินเป็นขั้นตอนดังต่อไปนี้
-ส.ก.1 เป็นหนังสือจับจอง หรือหนังสือครอบครองที่ดินเพื่อจะใช้ในการทำกินหรือการเกษตร ไม่ใช่หนังสือรับรองว่าเป็นเจ้าของที่ดิน
-น.ส.2 เป็นหนังสือรับรองว่าเป็นเจ้าของที่ดินซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติให้เป็นที่ดินทำกิน หรือการเกษตร ผู้ครอบครองจะต้องปฏิรูปที่ดิน ให้เป็นประโยชน์ 75%ของที่ดินอย่างน้อย 3ปีจึงจะยื่นหนังสือขอสิทธิ ิเป็นเจ้าของที่ดินได้ กรมที่ดินจึงจะออกเอกสารสิทธิ์เรียก น.ส. 3หรือ น.ส.3ก แล้วแต่กรณี
-น.ส. 3 หรือ น.ส. 3ก เป็นหนังสือรับรองว่าที่ดินผืนนี้ได้มีการปฏิรูปเป็นเวลาย่างน้อย 3ปี ได้ทำการรังวัดที่ดินและลงทะเบียนเป็นหลักฐาน
-น.ส. 3ก เป็นหนังสือรับรองเหมือนหนังสือ น.ส. 3 เพียงแต่ น.ส. 3ก เพิ่มรูปถ่ายของที่ดินทางอากาศ
-น.ส. 3 และ น.ส. 3ก ไม่ใช่โฉนดที่ดิน เพียงแต่เป็นหนังสือสิทธิเจ้าของที่ดินที่ได้รับรองว่าได้ทำประโยชน์ ในที่ดินดังกล่าว และได้ทำรังวัดและจดทะเบียนเป็นหลักฐาน มีรูปถ่ายทางอากาศ
-น.ส. 3 และ น.ส. 3ก เป็นที่ดินเพื่อการเกษตร จะใช้เป็นประโยชน์อื่นใดมิได้
-ที่ดิน ส.ป.ก. เป็นที่ดินที่รัฐยกให้เป็นที่ดินทำกิน ไม่สามารถซื้อขายได้ แต่เป็นมรดกตกทอดได้ การซื้อขายที่ดินเป็นสิ่งผิดกฏหมาย
-ที่ดินในเขตอุทยาน ที่ดินในเขตป่าไม้ ที่ดินในเขตภูเขาและรอบภูเขาที่เป็นที่ลาดชัน 35 ดีกรีหรือมากกว่า ไม่สามารถครอบครองได้

ขอบคุณ : tourglom.com / เกร็ดความรู้.net / livinginthailand.com / สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ภาพประกอบ : อินเตอร์เน็ต
เรียบเรียง : แชร์หน่อย เกษตรยุคใหม่

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*