วิธีขยายพันธุ์สตอเบอรี่แบบละเอียด


วิธีขยายพันธุ์สตอเบอรี่แบบละเอียด
การขยายพันธุ์สตรอเบอร์รี่ ทำได้หลายวิธี เช่น
1. การใช้ไหล ขยายต้นไหลจากต้นแม่พันธุ์
2. การแยกต้น หรือแยกกอจากต้นหลัก
3. การใช้เมล็ด ใช้ในกรณีที่มีการผสมพันธุ์เพื่อให้ได้พันธุ์ใหม่เกิดขึ้น
4. การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นการผลิตเพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่ปลอดโรคและมีความสมบูรณ์ที่สุด
ช่วงที่เหมาะสมต่อการปลูก
การปลูกสตรอเบอร์รี่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่การปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลนั้นผู้ปลูกต้องเลือกเวลาในการปลูกเพื่อให้ทันต่อปัจจัยในการสร้างตาดอกของสตรอเบอร์รี่ คือช่วงฤดูหนาว ที่มีช่วงแสงต่อวันสั้น และมีอุณหภูมิต่ำ โดยระยะเวลาที่เหมาะสมในการปลูกคือ
ช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม สำหรับการใช้เมล็ด
ช่วงเดือนกันยายน – เดือนตุลาคม สำหรับการใช้ ต้นไหลมาปลูก
สำหรับการปลูกในช่วงเวลาอื่นเป็นการปลูกพืชสร้างต้นแม่พันธุ์เพื่อผลิตไหลในการปลูกรุ่นต่อไป
ระยะห่างในการปลูก
และระยะห่างระหว่างต้น 25 – 30 เซนติเมตร และ ระยะปลูกระหว่างแถว 30 – 40 เซนติเมตร
วิธีการปลูกแบบไร้ดิน (ปลูกในวัสดุปลูก)
1. วัสดุปลูกที่นิยมใช้
แบบที่ 1. ทรายหยาบ 1 ส่วน + แกลบดิบ 2 ส่วน (สูตรฟาร์มในประเทศไทย)
แบบที่ 2. เพอร์ไลท์ 3 ส่วน + ขุยมะพร้าวละเอียด 7 ส่วน (สูตรฟาร์มใน USA)
แบบที่ 3. พีทมอส 1 ส่วน + ขุยมะพร้าว 3 ส่วน (สูตรฟาร์มในประเทศมาเลเซีย)
แบบที่ 4. พีทมอส 2 ส่วน + เพอร์ไลท์ 1 ส่วน + เปลือกสน 1 ส่วน (สูตรฟาร์มในประเทศอิสราเอล)

วิธีขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

1.ใช้มีดฝานเก็บเมล็ดสตอรว์เบอร์รีแล้ววางบนกระดาษทิชชู่เพื่อตากแดดจนแห้งเพื่อเก็บเมล็ด ไม่ต้องมานั่งเขี่ย นำไปตากแดด

2.หลังจากเก็บเมล็ดแล้วนำเมล็ดไปแช่ตู้เย็น 3 วันเพื่อหยุดระยะพักตัว แล้วจึงนำไปโรยบนวัสดุเพาะเมล็ด ตรงนี้สำคัญ ใจร้อนไม่งอกครับผม

3.นำไปโรยบนวัสดุเพาะเมล็ด รอจนเมล็ดงอก

4.จากนั้นย้ายต้นอ่อนใส่ถ้วยแยกเพาะเพื่อเลี้ยงจนโต

5.นำไปปลูก
การผสมพันธุ์สตรอว์เบอร์รี่

1.เลือกดอกที่ยังตูม ซึ่งแสดงว่ายังไม่ผ่านการผสมเกสร แล้วเด็ดกลีบเลี้ยงออกให้หมด

2.จากนั้นเด็ดกลีบดอกสตรอว์เบอรีออกตามลำดับ

3.เด็ดเกสรตัวผู้ซึ่งเป็นตุ่มสีเหลืองออกให้หมด

4.ใช้พู่กันเก็บละอองเกสรตัวผู้ของต้นพ่อที่ต้องการ

5.ใช้พู่กันเก็บละอองเกสรตัวผู้มาผสมดอกของต้นแม่

6.ใช้ถุงคุลมป้องกันการผสมจากละอองเกสรของต้นอื่น พร้อมระบุพันธุ์ต้นพ่อ ต้นแม่ และวันที่ผสมเกสร
หมายเหตุ
1. สตรอบเบอรี่เป็นพืชที่ระบบรากตื้น การให้น้ำควรให้อย่างสม่ำเสมอต่อวัน โดยให้ไม่มากแต่ให้บ่อยๆ เพื่อให้รากได้รับความชื้นอย่างเหมาะสม หากมากไปจะทำให้รากเน่า ถ้าน้อยไปจะทำให้ต้นหยุดการเจริญเติบโต
2. ศัตรูพืชสำหรับสตรอเบอรี่ได้แก่ เพลี้ยอ่อน, ไรแดง, เพลี้ยไฟ, หนอนกระทู้, ทาก ฯลฯ ให้เลือกใช้สารสกัดจากธรรมดชาติในการป้องกัน
3. โรคที่เกิดกับสตรอเบอรี่ได้แก่โรค แอนแทรคโนส, โรคใบจุด, โรครากเน่า, โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่มีพาหะมาจากเพลี้ยไฟ หรือเพลี้ยอ่อน
4. กรณีต้นสตรอเบอรี่แตกกอ ออกมาเพิ่มให้ตัดกออกให้เหลือแค่ 3 – 5 กอต่อต้นพอ
5. อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสตรอเบอรี่คือ ช่วงกลางวัน 25 องศา C และช่วงกลางคืน 18 องศา C

6. การสร้างตาดอก อุณหภูมิต่ำกว่า 24 องศา C อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดคือ 12 องศา c ในด้านช่วงแสงที่น้อยกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน จะเป็นปัจจัยในการกระตุ้นการพัฒนาตาดอก ช่วงแสงที่เหมาะสมที่สตรอเบอรี่ควรได้รับคือ 8 ชั่วโมงต่อวัน การปลูกในเขตร้อน เราสามารถสร้างปัจจัยดังกล่าวได้โดยช่วงกลางคือ นำต้นสตรอเบอรี่มาวางไว้ในที่มีอุณปภูมิต่ำกว่า 18 องศา เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 2 สัปดาห์ สตรอเบอรี่ก็จะสร้างตาดอกออกมาได้เช่นกัน

ที่มา  http://www.farmlandthai.com

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*