(กฎหมายที่ดิน) คำเตือน!!!…หมั่นเช็คที่ดินในมือก่อนชวดกรรมสิทธิ์จากการครอบครองปรปักษ์!!!

หลายคนที่มีที่ดินไว้ในครอบครอง ทั้งบุคคลธรรมดาที่ไม่มีเวลาไปดูแลที่ดินของตัวเอง และมหาเศรษฐีที่ซื้อที่ดินไว้จำนวนมากจนไม่รู้ว่าตัวเองมีทรัพย์สินอยู่ตรงไหนของประเทศบ้างเตรียมพึงระวังไว้ให้ดี เพราะวันดีคืนดีคุณอาจจะเสียสิทธิในทรัพย์สินของตนเองโดยการถูกผู้อื่นเข้ามาแย่งการครอบครองจากผลของกฎหมายการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีตามมาตรา 1382 หรือเรียกเป็นภาษาทางกฎหมายว่าการ “ครอบครองปรปักษ์”


หลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ว่าด้วย บุคคลใดครอบครองทรัพย์สิน กล่าวคือ การเข้ายึดถือทรัพย์สินเพื่อตนเอง และได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินที่ยึดถือนั้นอย่างเหมาะสมกับสภาพของทรัพย์สินนั้น ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของผู้อื่นไว้โดยความสงบ (การครอบครองโดยปราศจากการข่มขู่ การใช้กำลัง การหลอกลวงและไม่มีใครหวงห้าม กีดกัน แสดงความเป็นเจ้าของ หรือฟ้องร้องขับไล่) และเปิดเผย (การครอบครองโดยไม่ได้หลบซ่อนเร้น ปิดบัง หรืออำพรางใดๆ) ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ (การครอบครองโดยเจตนาตั้งใจที่จะเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น ไม่ใช่การครอบครองแทนผู้อื่น เช่น คนเฝ้าสวน คนเฝ้าบ้าน หรือ ผู้ที่มาเช่าที่ดินอยู่) ซึ่งนอกจากนี้จะต้องประกอบไปด้วยเงื่อนไขระยะเวลาต่างๆ ดังนี้ ถึงจะอยู่ในเงื่อนไขการจดทะเบียนและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอครอบครองปรปักษ์ได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ บ้านนา
1.อสังหาริมทรัพย์ที่ผู้อื่นได้ครอบครองติดต่อกันมาเป็นระยะเวลา 10 ปี
2.สังหาริมทรัพย์ที่ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี โดยทรัพย์สินนั้นต้องเป็นทรัพย์สินที่มีกรรมสิทธิ์เท่านั้นจึงจะสามารถครอบครองปรปักษ์ได้
กล่าวคือ ทรัพย์สินที่ผู้อื่นเข้ามาตั้งรกรากอยู่นั้นทั้ง 2 กรณี ต้องเป็นทรัพย์สินที่เจ้าของมีกรรมสิทธิ์อยู่และในกรณีที่ดินจะต้องเป็นที่ดินมีโฉนดหรือตราจองเท่านั้น (นส.4)

ทั้งนี้ก็ยังมีทรัพย์สินที่ไม่อาจครอบครองทางปรปักษ์ได้ คือ
1.สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
2.ที่ดินของวัด หรือที่ธรณีสงฆ์ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์
3.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
4.ทรัพย์ที่พระมหากษัตริย์ในสมบูรณาญาสิทธิราชมีพระบรมราชโองการมิให้จำหน่ายจ่ายโอน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โฉนดที่ดิน
ดังนั้นเมื่อทราบบทบัญญัติของกฎหมายการครอบครองปรปักษ์แล้ว บุคคลที่มีที่ดินเปล่าอยู่ในมือ ควรหมั่นทำการตรวจเช็คทรัพย์สินของตัวเองอย่างน้อยก็ปีละครั้งเพื่อเป็นการทักท้วงและหวงห้ามปกป้องสิทธิตนเองจากผู้อื่น หรือหากมีความจำเป็นจะต้องให้ญาติหรือคนรู้จักเข้ามาอยู่อาศัยบนที่ดินในกรรมสิทธิ์ของตนเองก็ควรทำหนังสืออนุญาตให้เป็นกิจจะลักษณะ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องหากเกิดการครอบครองทางปรปักษ์เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งแน่นอนหากผุ้ที่มาอาศัยอยู่บนที่ดินมีหลักเกณฑ์ตามเงื่อนไขทั้งหมดรวมถึงระยะเวลาที่สามารถไปยื่นคำร้องขอจดทะเบียนได้ หากไม่มีการฟ้องร้องภายในหนึ่งปีที่ดินนั้นก็สามารถถูกโอนกรรมสิทธิ์ไปให้กับผู้ครอบครองปรปักษ์ได้เช่นกัน

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณ : ddproperty.com
ภาพประกอบ : อินเตอร์เน็ต
เรียบเรียง : แชร์หน่อย เกษตรยุคใหม่

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*