ลาออกจากงานประจำ!! หนุ่มวิศวะหันมาปลูก ผักบุ้งอ่อน ใช้เวลา 7 วันเก็บขายได้ กก. ละ 200 บาท

ลาออกจากงานประจำ!! หนุ่มวิศวะหันมาปลูก ผักบุ้งอ่อน ใช้เวลา 7 วันเก็บขายได้ กก. ละ 200 บาท

สวัสดีค่ะ วันนี้เรามีแรงบันดาลใจดีๆมาฝากกันอีกแล้ว เรื่อนี้เป็นเรื่องราวของหนุ่มวิศวกรไฟฟ้าคนหนึ่งที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เงินเดือนสูงๆ กลับมาทำเกษตรสมัยใหม่ ที่ต้องบอกเลยว่านอกจากจะมีเวลาดูแลครอบครัวมากขึ้นแล้วยังสร้างรายได้ให้เขามากอย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ ว่าแล้วเราไปฟังเรื่องราวและวิธีการของเขากันเลยจ้า

จากหนุ่มวิศวกรไฟฟ้าที่เบื่อกับความเป็นมนุษย์เงินเดือน ประกอบภรรยา เป็นโรคภูมิแพ้ทั้งอากาศและอาหาร ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด นายดิเรก ขำคง วัย 46 ปี ชาว อ.เมือง จ.ราชบุรี จึงตัดสินใจลาออกจากงาน หันเหชีวิตมาเป็นเกษตรกร คิดหาวิธีการที่จะทำให้ภรรยาสามารถบริโภคอาหารที่ปลอดภัย

เจ้าตัวทดลองปลูกพืชหลายประเภท จนสุดท้ายมาทดลองกินต้นอ่อนผักบุ้ง ก็พบว่าไม่มีผลข้างเคียง แถมติดใจในรสชาติ จึงตัดสินใจปลูกต้นอ่อนผักบุ้งไว้รับประทานเอง รวมไปถึงแจกเครือญาติ และเพื่อนบ้าน ในระยะแรก ผลผลิตที่ออกมามีลักษณะไม่สมบูรณ์ หงิกงอ ขึ้นรา เสียหายเป็นจำนวนมาก จึงศึกษาวิธีการเพาะต้นอ่อนอย่างจริงจังและลองผิดลองถูกอยู่นานถึง 2 ปี จนสุดท้ายสามารถผลิตต้นอ่อนผักบุ้งที่มีลำต้นสูง อวบ สวยน่ารับประทาน จนกลายเป็นที่ต้องการของลูกค้า สร้างรายได้เป็นอย่างดี

อดีตวิศวกรหนุ่ม เผยวิธีการเพาะต้นอ่อนผักบุ้งอินทรีย์ชนิดไม่มีปิดบัง โดยจะเริ่มตั้งแต่การเตรียมดิน จะเลือกใช้ดินที่มีส่วนผสมของขุยไผ่ป่า ขี้เถ้าแกลบ และขุยมะพร้าว ในส่วนขั้นตอนของเมล็ดพันธุ์ จะใช้เมล็ดผักบุ้งพันธุ์เรียวไผ่จากแปลงปลูกแบบอินทรีย์ นำมาแช่น้ำอุ่น 12 ชั่วโมง แล้วร่อนตะแกรงคัดเมล็ดที่บวมน้ำมาหว่านลงบนถาดเพาะกล้า ที่มีการโรยดินเตรียมเอาไว้ก่อนหน้านี้

โดยจะหว่านเมล็ดพันธุ์ให้เต็มพื้นที่ถาด รดน้ำพอหมาด แล้วนำกระสอบพลาสติกมาวางปิดด้านบน ทับด้วยถาดเพาะชุดอื่นซ้อนกัน เพื่อบ่มเมล็ดพันธุ์ให้รากที่งอกออกมาม้วนลงดินได้เร็วขึ้น เป็นเวลา 2 วัน จากนั้น นำถาดเพาะเข้าห้องทึบแสง ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี เป็นระยะเวลา 3 วัน ต้นอ่อนที่ได้จะงอกยาวตั้งตรง แล้วจึงนำมาตั้งไว้ที่มีแสงแดดส่องถึงอีก 2 วัน เพื่อให้ใบของต้นผักบุ้งอ่อนสร้างคลอโรฟิลล์ เปลี่ยนเป็นสีเขียวสด สวยงาม เท่านี้ก็สามารถทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

ในส่วนของการดูแลรดน้ำ จะรดในช่วงเช้า กลางวันและเย็น ให้ดินเปียกพอหมาด ด้านโรคสำคัญที่จะเกิดขึ้นบ่อยกับต้นอ่อนผักบุ้ง คือ โรคเชื้อรา และ โรคโคนเน่า ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีผสมเชื้อไตรโคเดอม่าในดิน ผสมในน้ำอุ่นที่แช่เมล็ดพันธุ์ และใช้ผสมน้ำรดในระหว่างการเจริญเติบโต

สำหรับวิธีการตัดต้นอ่อนนั้น จะต้องใช้มีดโกน เนื่องจากจะช่วยทำให้รอยตัดไม่ช้ำและดำง่าย โดยจะตัดขึ้นเหนือโคนต้นมาประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วนำไปล้างยางออกด้วยน้ำเปล่าทันที หากปล่อยทิ้งไว้นาน ยางของต้นผักบุ้งจะกลายเป็นสีดำ ทำให้ดูไม่น่ารับประทาน ทั้งนี้ ควรเก็บต้นอ่อนผักบุ้งไว้ในตู้เย็น เพราะจะช่วยทำให้คงความสดและกรอบได้นานถึง 7 วัน

น.ส.ณัฐปภัสร์ ยอดธรรม ภรรยากล่าวเสริมว่าด้านการตลาด ปัจจุบันมีการส่งขายตามร้านอาหาร ตลาดนัดสุขภาพทั้งในจังหวัดราชบุรี นครปฐม และกรุงเทพ และโซเชียลมีเดีย เฟสบุ๊คชื่อ “วิสาหกิจชุมชนต้นอ่อนผักบุ้ง กุ้งก้ามแดงบ้านพระพร” ซึ่งในแต่ละเดือนจะสามารถผลิตต้นอ่อนผักบุ้งได้ 100 กิโลกรัม สนนราคากิโลกรัมละ 200 บาท โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะนำไปประกอบอาหารหลากหลายเมนู อาทิ ส้มตำ ผัดน้ำมันหอย สุกี้ และสลัดผัก

ที่มา : เส้นทางเศรษฐีออนไลน์

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*