(ยุคที่ 1)
  ต้นเทียน ทำด้วย ขี้ผึ้งที่ชาวบ้านเก็บสะสมไว้ จากการไปหารังผึ้งเพื่อเอาน้ำหวาน
หลังจากนั้น จะเหลือส่วนที่เป็นขี้ผึ้ง นำมาหุง หลอมไว้เป็นก้อน ( คล้ายน้ำตาลปึก ) เมื่อใกล้วันที่จะ
แห่เทียนกล่าวคือ วันแรม 1 ค่ำ  เดือน 8 ของทุกปี  ประมาณ 2-3 วันชาวบ้านจะรวบรวม ก้อนขี้ผึ้ง
แล้วนำมาหลอมรวมกัน กลายเป็นต้นเทียนที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร  เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20  เซนติเมตร โดยนำมาวางบนฐานไม้ ตรึงด้วยเชือกทั้งสี่ด้าน บรรทุกด้วยเกวียนนำใบไม้ กิ่งไม้มาปักรอบ ๆ ฐานต้นเทียนเทียน  จากนั้นใช้วัวเทียมเกวียนแห่เป็นขบวน เข้ามายังที่ทำการอำเภอใน
สมัยนั้น  ปัจจุบัน คือ บริเวณหอประชุมอำเภอโชคชัย โดยมีการละเล่นในสมัยนี้ มีเพียง ขบวนเกวียน 2 เล่ม ที่ใช้ประโคมดนตรีปี่พาทย์ร่วมไปกับขบวนแห่ ประกอบไปด้วย ปี่ 1 เลา ฆ้องวงใหญ่ 1 วง กลองทัด 1 ใบ และตะโพน 1 ลูก  มีชาวบ้านเดินตามขบวนไป โดยมีคุ้มวัดเก่าแก่ ที่ส่งขบวนเข้าร่วมงานประเพณีในสมัยนั้น  อาทิ  เช่น วัดบิง วัดนอก วัดใน วัดใหม่ และวัดโบสถ์ เข้าร่วมประเพณี  สมัยนี้ยังไม่มีการประกวดแข่งขันขบวนเทียนพรรษาแต่อย่างใด รางวัลที่ได้มีเพียง น้ำมันก๊าด  และน้ำปลาไห  ที่ทางอำเภอกระโทก จัดไว้เป็นของรางวัลเท่านั้น โดยหลังจากที่ได้ของรางวัล ชาวบ้านก็จะพากันแห่ขบวนต้นเทียน กลับมายังวัด แล้วพากันนำต้นเทียน และของรางวัลไปถวายแด่พระสงฆ์ ก็เป็นการสิ้นสุดงาน
โรงเรียนบ้านดอนพราหมณ์
0844752548
dp.com
โรงเรียนบ้านดอนพราหมณ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 2 ยินดีต้อนรับ
Back
Next
ยินดีต้อนรับ
วิชาการและเทคโนโลยี นักเรียนครั้งที่ 68
านมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตกรรม
(ยุคที่ 1)
  ต้นเทียน ทำด้วย ขี้ผึ้งที่ชาวบ้านเก็บสะสมไว้ จากการไปหารังผึ้งเพื่อเอาน้ำหวาน
หลังจากนั้น จะเหลือส่วนที่เป็นขี้ผึ้ง...
(ยุคที่ 3)
     
ในสมัยนี้ ต้นเทียนมีขนาดใหญ่ขึ้น มีความสูงประมาณ 2 - 3 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  50 - 60  เซนติเมตร เปลี่ยนจากการใช้ไม้เนื้ออ่อนที่เป็นท่อนกลม มาใช้เป็นไม้กระดาน...
(ยุคที่ 2)
        ในสมัยนี้ ต้นเทียน เริ่มเปลี่ยนจากเทียนขี้ผึ้ง เป็นการใช้ ต้นกล้วย หรือไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ทองหลาง หรือไม้งิ้ว ตัดแล้วนำมาถากเป็นทรงกลม แทนต้นเทียน...
WYSIWYG Web Builder on Facebook
WYSIWYG Web Builder on Twitter
WYSIWYG Web Builder on YouTube
(ยุคที่ 2)
  ในสมัยนี้ ต้นเทียน เริ่มเปลี่ยนจากเทียนขี้ผึ้ง เป็น
การใช้ ต้นกล้วย หรือไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้ทองหลาง
หรือไม้งิ้ว ตัดแล้วนำมาถากเป็นทรงกลม แทนต้นเทียน
ขนาดความสูงประมาณ
เมตร 20 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางยาว
ประมาณ 20 เซนติเมตร จากนั้นใช้กระดาษสีปิด
ทับ
ต้นเทียนทั้งต้น  มีการตัดดาษสี เป็นลวดลายไทยฉลุ
เช่น ลายกระจัง ลาย ต่อมาเริ่มมีการใช้วิธี
“ ปิดทองล่องชาด ” กล่าวคือ โดยการตัดกระดาษสี
ทองเป็นลายไทยต่าง ๆ ที่เป็นช่องปรุ เรียกว่า
“ การสับ ”  มีลวดลาย เช่น ลายกระจัง    ปิดทับ
กระดาษสีพื้นคือสีแดง 
(ยุคที่ 3)
                  ในสมัยนี้ ต้นเทียนมีขนาดใหญ่ขึ้น มีความสูงประมาณ 2 - 3 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  50 - 60  เซนติเมตร เปลี่ยนจากการใช้ไม้เนื้ออ่อนที่เป็นท่อนกลม มาใช้เป็นไม้กระดาน  มีการประดิษฐ์ต้นเทียนเป็นรูปหกเหลี่ยม หรือรูปแปดเหลี่ยม ฐานเทียนทำเป็นเหลี่ยมตามต้นเทียนเอก มีหลายชั้น มีการใช้กระดาษสีปิดหุ้มต้นเทียนที่ทำด้วยไม้  มีการทำพิมพ์เทียนด้วยปูนพาสเตอร์แล้วเทเทียนที่หลอม เป็นลวดลายต่าง ๆ เช่น ลายพิกุล ลายกระจังตาอ้อย ลายตะขาบ นำมาติดทับกับต้นเทียน ที่ติดกระดาษสี มีการทำยอดของต้นเทียนเป็นชั้น ๆ ประกอบด้วยทำฉัตรยอดธง  จามรพัดโบก   ประกอบวางไว้ทั้ง 4 มุม  ของต้นเทียนเอก ขบวนเทียนเริ่มมีการใช้รถยนต์มาเป็นพาหนะใส่ต้นเทียน แทนการใช้เกวียน นอกจากนี้ยังตกแต่งรถเทียน โดยใช้กระถางต้นไม้ดอกไม้ประดับวางบนรถเทียน  บนรถมีหญิงสาวชาวบ้านแต่งกายในชุดไทย มีการใช้เครื่องประดับตกแต่งร่างกาย เรียกว่า นางงามเทพี 1 คน ที่เป็นตัวแทนของวัดต่าง ๆ ขึ้นประกวดแข่งขันความงาม นอกจากนั้นยังมีนางเทพีรองอีก 5-6 คน นั่งประจำตำแหน่งรอบรถเทียน
ส่วนในปี พ.ศ.  2530 ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจากหน่วยงานทางอำเภอโชคชัย  มาเป็นหน่วยงานการปกครองส่วนท้องถิ่นในสมัยนั้น คือ  สุขาภิบาลตำบลโชคชัย ได้รับหน้าที่รับผิดชอบ  การจัดงานแห่เทียน ในปี พ.ศ. 2530  นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนสถานที่การจัดงาน เดิมจากบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอโชคชัยในตอนนั้น  มาเป็นสนามกีฬาเทศบาลตำบลโชคชัยในปัจจุบัน
(ยุคที่ 4)                                                                                       
ต้นเทียนเอกในสมัยนี้มีความสูงประมาณ  2  เมตร ไม่มีการติดกระดาษทับต้นเทียนเอกแล้ว เพราะมีการติดพิมพ์เทียนเต็มทั่วทั้งต้น มีการประดิษฐ์ลวดลายต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น มีการทำยอดเทียนเป็นชั้น มีการทำต้นเทียนรอง 2 ต้น มีฉัตรยอดธงประกอบ โดยเปลี่ยนจากท่อนไม้ทรงกลม   มาเป็นรูปเหลียมมีการติดพิมพ์เทียน รถที่บรรทุกมีขนาดใหญ่ขึ้นมีการตกแต่งรถเทียนอย่างสวยงาม   โดยใช้ไม้ไผ่สานเป็นรูปโครงสัตว์ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา อาทิเช่น พญานาค พญาครุฑ ติดด้วยกระดาษขาว ทาสีตามลักษณะของสัตว์เหล่านั้น  ขบวนแห่ยังมีการประโคมปี่พาทย์พื้นบ้านอยู่ แต่ไม่ครบทุกวัดเหมือนในสมัยแรก ๆ เนื่องจากการล้มหายตายจากของนักปี่พาทย์พื้นบ้าน แต่กลับมีวงกลองยาวที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น อันเนื่องด้วยเสียงที่สนุกครึกครื้นกว่าวงปี่พาทย์พื้นบ้านที่มีทำนองเชื่องช้า  มีการใช้จำนวนรถยนต์เพิ่มมากขึ้น ในการแสดงของขบวนแห่ ชาวบ้านมีการรวมกลุ่มกันแสดงตัวตลก เช่น หัวโต โดยการนำตอกไม้ไผ่มาสานเป็นรูปหัวคน แต่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ ใช้กระดาษสีขาวปิดทับ ทาสีให้สวยงาม แล้ววาดเป็นรูปหู ตา จมูก ปาก คล้ายกับคนจริง นอกจากนั้นยังมีการนำภูมิปัญญาพื้นบ้านของคนกระโทก มาแสดงประกอบขบวน อาทิ เช่น การผัดหมี่กระโทก การตำสากเหมิ่ง การทำนา การหาปูหาปลา ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคนกระโทกในสมัยนั้น นอกจากนั้นยังมีการแสดงที่ผู้แสดงเน้นให้ผู้ชมมีความสนุกสนาน ตลกขบขัน โดยแต่งกายให้แตกต่างไปจากความเป็นจริง  เช่น ผู้ชายแต่งกายเป็นหญิง ผู้หญิงแต่งกายเป็นชาย มัดผมจุก ผมแกละ ทาหน้า ทาแก้ม ทาปาก ด้วยสีต่าง ๆ ผู้ใหญ่บางคนแต่งกายเป็นเด็กทารก ดูดขวดนม ในสมัยนี้ มีวัดที่เข้าร่วมประเพณีจำนวนมากนอกจากวัดเก่าแก่เดิม ได้แก่  วัดดอนไพล  วัดดอนใหญ่  วัดบึงทับปรางค์  วัดปอพราน
วัดบึงพระ เป็นต้น



รูปภาพ
วิดีโอ
วิดีโอ 1
 
โรงเรียนบ้านดอนพราหมณ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 2
ต.ท่าอ่าว อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา โทร 084-475-2548